วันเสาร์ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

งาดำ




งา 
ธัญพืชต้านโรค





 


 


 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะคะว่า
เมล็ดพืชเล็ก ๆ อย่าง “เมล็ดงา”
น่ะ จะมีประโยชน์มากมายเกินตัวขนาดนี้
ซึ่งมิใช่แค่ความหอม หรือความอร่อยของงาเพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
แต่งายังเป็นพืชที่มากไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอีกด้วย


มากวิตามิน class="Normal__Char"> 

งา เป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
อุดมไปด้วยวิตามินบี 1 วิตามินบี
2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี
6 วิตามินบี 9 และวิตามินไบโอติน
โคลีน ไอโนสิตอล กรดพาราอะมิโนแบนโซอิค
สารเหล่านี้จะช่วยบำรุงประสาทให้เป็นไปอย่างปกติ
นอกจากนี้ในงายังมีกรดไขมันไลโนลีอิกอยู่มากด้วยเช่นกัน
ซึ่งมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเจริญเติบโตและสามารถเก็บความชุ่มชื้นของผิวหนังได้ดี


หากท่านที่มีอาการเกิดจากระบบประสาท
เช่น นอนไม่หลับ อ่อนเปลี้ยเพลียแรง
เป็นเหน็บชา ปวดเส้นตามตัว
แขน ขา เบื่ออาหาร ท้องผูก
หรือเมื่อยสายตา ควรหันมารับประทานงาเป็นประจำนะคะ
เพราะสามารถป้องกันโรคเหล่านี้ได้
นอกจากนี้แล้วงายังเป็นอาหารต้านมะเร็งและช่วยชะลอความชราให้ช้าลงไปอีกด้วย


งาเป็นแหล่งโปรตีนและแร่ธาตุ class="Normal__Char"> 

 

ธาตุเหล็ก บำรุงเลือด class="Normal__Char"> 

 

ธาตุไอโอดีน ป้องกันโรคคอพอก class="Normal__Char"> 

 

ธาตุสังกะสี บำรุงผิวหนัง class="Normal__Char"> 

 

ธาตุแคลเซียมและฟอสฟอรัส
บำรุงกระดูกและฟัน
class="Normal__Char"> 

 

(ทางกระทรวงสาธารณสุขระบุว่า
งามีแคลเซียมากกว่าพืชผักชนิดอื่นถึง
20 เท่า มีฟอสฟอรัสมากกว่า
class="Normal__Char"> 

พืชผักอื่น ๆ 20 เท่า ซึ่งธาตุทั้ง
2 ชนิดนี้เป็นแร่ธาตุที่สำคัญมาก
ๆ ในการเสริมสร้างกระดูก


ประโยชน์ที่ได้จากงา class="Normal__Char"> 

ทางการแพทย์ถือว่า งาเป็นอาหารที่สามารถบำรุงกำลังได้เป็นอย่างดีและยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย
ช่วยให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า
นอกจากนี้ยังป้องกันโรคเหน็บชา
ป้องกันอาหารท้องผูก บำรุงกระดูก
บำรุงรากผม รักษาอาการนอนไม่หลับ
และยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลไม่ให้มีมากเกินไป
ป้องกันไม่ให้หลอดเลือดแข็งตัว
ป้องกันโรคหัวใจและโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดบางชนิด


สรรพคุณทางยา


ปัสสาวะ อุจจาระขัด เมล็ดงา
20 – 25 กรัม แช่ในน้ำเดือด หรือต้มรับประทานขณะท้องว่าง
class="Normal__Char"> 

 

ความดันโลหิตสูง เมล็ดงา
น้ำส้ม ซีอิ๊วและน้ำผึ้งอย่างละ
30 กรัม ผสมกับไข่ขาว 1 ฟอง คนให้เข้ากันแล้วต้มด้วยไฟอ่อน
ๆ จนสุก รับประทานวันละ 3 ครั้งเป็นประจำ
class="Normal__Char"> 

 

ไอแห้ง ไม่มีเสมหะ เมล็ดงา
250 กรัม น้ำตาลทรายแดง 50 กรัม
บดรวมกับรับประทานครั้งละ
15 – 20 กรัม จากนั้นนำผงที่ได้เติมน้ำเดือดไว้สัก
2 – 3 นาที ดื่มขณะยังอุ่น ๆ
วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น


น้ำมันงาสูตรบำรุง class="Normal__Char"> 

 

กระตุ้นการงอกของเส้นผม
โดยไปเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตรอบ
ๆ รูขุมขนบนหนังศีรษะ
class="Normal__Char"> 

 

เพิ่มความชุ่มชื้นและบำรุงผิวพรรณ
และต้านอนุมูลอิสระ
class="Normal__Char"> 

 

บำรุงเส้นผม ป้องกันการแก่ตัวและยืดอายุเซลล์ผิวหนัง class="Normal__Char"> 

 

Tricks 

 

เด็กที่กำลังอยู่ในวัยเจริญเติบโต
หากได้รับประทานงาเป็นประจำร่างกายจะมีการเจริญเติบโต
และยังสามารถเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง
class="Normal__Char"> 

 

สุภาพสตรีวัยหมดประจำเดือน
เนื่องจากผู้หญิงที่หมดประจำเดือนแล้ว
ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะลดน้อยลงอย่างมาก
ทำให้มีการดึงแคลเซียมอกจากกระดูกมาใช้แทน
ดังนั้นโอกาสที่จะเป็นโรคกระดูกเสื่อมจึงมีสูง
ฉะนั้นควรหันมาบริโภคงามาก
ๆ เพราะจะได้ช่วยเพิ่มแคลเซียมให้กับร่างกายอีกทางหนึ่ง
class="Normal__Char"> 

 

Tips 

 

ใช้น้ำมันงาดิบนวดตัวในตอนเช้าก่อนอาบน้ำ
ช่วยปรับระบบประสาทและระดับฮอร์โมนให้เข้าสู่สภาวะสมดุล
ทำให้จิตใจสงบ ผ่อนคลายความตึงเครียด
class="Normal__Char"> 

 

ใช้น้ำมันงาดิบนวดตัว เพื่อขจัดอาการปวดเมื่อย
คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเข่า
เคล็ดขัดยอก ทำให้กล้ามเนื้อไม่เหี่ยวย่น
ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เนื่องจากน้ำมันงาดิบสามารถซึมผ่านผนังได้ทุกชั้น













ไม่มีความคิดเห็น: